|
วัดของศาสนาซิกข์จะเรียกว่า
คุรุดวารา ซึ่งหมายถึงประตูหรือทางที่ทอดไปสู่พระศาสดา ในคุรุดวาราทุกแห่งพระศาสดาคุรุ
ครันธ์ซาฮิบจะถูกอัญเชิญมาประทับฐานในห้องโถงใหญ่ ซึ่งใช้เป็นสถานที่สวดภาวนาและประกอบศาสนากิจประจำวัน
|
 |
เหตุที่ชาวซิกข์ต้องมีศาสนสถานขึ้นเพื่อประกอบกิจ
กรรม ทางศาสนานั้นเนื่องจากว่าในสังคมของชาวซิกข์นั้น คำสอนทางศาสนามุ่งเน้นถึงความร่วมมือและการให้
ความช่วยเหลือกันภายในชุมชน
|
|
นอกจากนั้นในศาสนวินัยของซิกข์ยังระบุว่า
ในที่ใดซึ่งมีชาวซิกข์มากกว่าสอง ครอบครัวมาอยู่ร่วมกันที่นั้นควรมีสถานที่เพื่อประกอบกิจการรมทางศาสนาร่วมกัน
แต่ศาสนสถานของชาวซิกข์ นั้นไม่มีความจำเป็นต้องก่อสร้างในรูปลักษณะที่เป็นศาสนสถานถาวรถ้ายังไม่มีปัจจัยที่จะก่อสร้าง
|
|
ชาวซิกข์ สามารถใช้สถานที่ใดๆ
ก็ได้เป็นศาสนสถาน แต่บริเวณนั้นต้องสะอาด และมีที่ประดิษฐานพระมหาคัมภีร์ศรีคุรุ
ครันธ์ซาฮิบที่สมพระเกียรติ์ซึ่งเป็นพระศาสดานิรันดร์กาลของซิกข์
|
|
โดยที่ประดิษฐานพระมหาคัมภีร์จะสร้างเป็นบัลลังก์
หรือยกพื้นสูงกว่าบริเวณที่นั่งชุมนุมเจริญธรรมโดยรอบเหนือแท่นต้องมีผ้าคล้ายฉัตรดาดอยู่เบื้องบน
บริเวณใดที่มีพระมหาคัมภีร์ศรีคุรุครันธ์ซาฮิบทรงประทับอยู่ บริเวณนั้นถือได้ว่าเป็นศาสนสถานของชาวซิกข์
|
|
บุคคลทุกผู้วัยไม่จำกัดว่ามีวรรณะใด
หรือความเชื่อถือใด หรือมีประเพณี หรือสัญชาติใด ก็ตาม ต่างก็สามารถเข้าไปสักการะภายในคุรุดวาราได้
โดยก่อนจะเข้าไปภายในอาคารคุรุดวารา ทุกคนจะต้องถอดรองเท้าและคลุมศรีษะของตน
(ในกรณีที่ไม่ได้โพกผ้าสวมศรีษะเช่นชาวซิกข์ เพื่อเป็นการแสดงการเคารพ)
|
|
เมื่อเข้ามาในห้องโถงแล้ว
ก็จะบรรจงเดินไปทำความเคารพต่อพระศาสดาคุรุครันธ์ซาฮิบแล้วเดินมานั่งลง
โดยในพระศาสนสถานคุรุดวาราของชาวซิกข์นั้นบุรุษ และสตรีจะนั่งแยกกันคนละฝั่ง
|
 |
|
ส่วนประกอบที่สำคัญของ
คุรุดวารา คือ การร่วมเจริญธรรม - สังคัต , และ ครัวประชาคมเสรี
- ปังคัต, ซึ่งรู้จักกันแพร่หลายในนาม คุรุ - กา - ลังคัร ครัวพระศาสดา
ครัวประชาคมเสรีนี้มีจุดประสงค์เพื่อบริการอาหารสำหรับศาสนิกชนทุกคน
นักเดินทาง นักธุดงค์ และคณะที่มาเยี่ยมเยียน เป็นการแสดง ออกถึงความเสมอภาค
และ ความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้อง
|
|
ณ. ที่นี้ไม่ว่าจะสูงศักดิ์หรือต่ำต้อย
มั่งมีหรือ ยากจน ทุกคนจะรับประทานอาหารชนิดเดียวกัน นั่งร่วมกันเป็นแถวเดียว
ครัวนี้ดำเนินการโดยการร่วมใจ เสียสละของชาวซิกข์ด้วยกัน สถาบันครัวประชาคมเสรีนี้เป็นพลังดำเนินการสำคัญที่ได้สร้างความเสมอภาคทางสังคมระหว่างมวลมนุษย์ชาติอย่างแท้จริง
|
 |
ชาวซิกข์ไม่ว่าชายหรือหญิง
สามารถประกอบพิธีสวดภาวนาหรือประกอบพิธีทางศาสนาได้โดยเสรี ศาสนาพิธีส่วนใหญ่จะเริ่มด้วยการ
การขับร้องบทสวดเป็นทำนองเพลงโดยใช้เครื่องดนตรีเสริม
|
|
ในโอกาศพิเศษหรือในวันสำคัญทางศาสนา
จะมีการขับร้องหรือกล่าวบทกวีสรรเสริญ และ บรรยายถึงวีรกรรมของเหล่าวีรชนซิกข์ในประวัติศาสตร์
|
|
หลังจากสิ้นสุดศาสนพิธีต่างๆ
ก็จะมีการสวด "อัรดาส" การสวดภาวนา ซึ่งเป็นบทภาวนาขอพร
วาเฮ่คุรุ ให้โปรดเมตตา ประทาน สันติภาพ , ความมั่งคั่ง และ ปกป้อง
มวลมนุษย์ชาติจากผองภัยทั้งปวง
|
|
หลังจากเสร็จการสวดภาวนา
ศาสนาจารย์ จะอ่านบทสวดจากพระศาสดาคุรุครันธ์ซาฮิบ แล้วจะมีการแจกจ่ายขนมหวาน
"คร่าปัรซาด" ซึ่งปรุงจากแป้ง, น้ำตาลและเนยแก่สาธุชนที่มาร่วมในพิธีทางศาสนาทุกคน
|
|
ณ.คุรุดวาราทุกแห่งจะประดับ
สัญญลักษ์ธงชัยของ คาลซา - นีชาน ซาฮิป ซึ่งเป็นธงลีเหลืองอมส้ม
มีลักษณะเป็นผืนผ้าสามเหลี่ยม มีรูป คันด้า (สัญญลักษณ์ดาบไขว้,
วงแหวน, ดาบสองคม) เสาธงโดยทั่วไปจะคลุมด้วยผ้าสีเหลืองอมส้มและมีคันด้าโลหะติดตั้งอยู่บนยอดเสา
|
|
ในทุกเมืองและนครจะมีคุรุดวาราตามแบบและ
ขนาด ตามความต้องการของสังคมชาวซิกข์ในสังคมนั้นๆ ในคุรุดวาราทุกแห่งจะมีการสักการะเหมือนกัน
ทุกแห่งจะมีเอกลักษณ์แห่งความศักดิ์สิทธิ์เหมือนกัน คุรุดวาราบางแห่งนอกจากจะเป็นสถานที่ประกอบพิธีสวดภาวนาทั่วไปแล้วยังมีความสำคัญทางด้านประวัติศาสตร์
คุรุดวาราที่สำคัญที่สุด ห้า แห่งจะเรียกว่า "ตาคัท" หมายถึงบัลลังก์แห่งอำนาจ
ทั้งห้าแห่งนี้คือ
|