www.thaisikh.org
 
English Version
 
ศาสนาซิกข์
ประวัติศาสนาซิกข์
วิถีแห่งซิกข์
พระศาสดา
พระมหาคัมภีร์
ฮัรมันดิร ซาฮิบ
ศาสนสถาน คุรุดวารา
ศาสนบัญญัติประจำวัน
ศาสนพิธีของซิกข์
วัฒนธรรม - ประเพณี
คำอธิบายศัพย์ต่างๆ
 
วารสารไทยซิกข์
รายละเอียดวารสาร
วารสารฉบับปัจจุบัน
คลังวารสารไทยซิกข์
ส่งบทความ
 
ปฏิทินข่าวสาร
ข่าวสารทั้งหมด
วันสำคัญทางศาสนา
กิจกรรมเพื่อสังคม
กิจกรรมทางด้านกีฬา
ข่าวสารอื่นๆ
 
ดาวน์โหลด
ฟ้อนต์
พิพิธภัณฑ์รูปภาพ
วอลเปเปอร์
สกรีนเซฟเวอร์
ดาวน์โหลดอื่นๆ
 
สมาคมไทยซิกข์
ประวัติสมาคม
วาย.ที.เอส.เอ.
ที.เอส.ไอ.เอส.
ติดต่อสมาคม
 
สมาคมไทยซิกข์แห่งประเทศไทยสมาคมไทยซิกข์แห่งประเทศไทยสมาคมไทยซิกข์แห่งประเทศไทยสมาคมไทยซิกข์แห่งประเทศไทยสมาคมไทยซิกข์แห่งประเทศไทย
พระศาสดาของซิกข์

คุรุ อมัรดาส ยิ

3. คุรุ อมัรดาส ยิ
(อายุขัย: 1479 - 1574 & ครองราชย์: 1552 - 1574)


ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ เกิดเมื่อเดือนพฤษภาคม ปี ค.ศ. 1479 ที่หมู่บ้านบาซาร์เก ซึ่งตั้งอยู่ห่างไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองอัมริตซาร์ ประมาณ 13 กิโลเมตร พระบิดาของท่านมีพระนามว่า ศรี เตจ บาน ประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าชาวนา พระมารดาของท่านมีพระนามว่า มาตา ลักษมี ยิ และท่านได้สมรสกับท่าน บิบิ ราม กอร์ ยิ และต่อมามีลูกชาย 2 คน คือ โมฮริ และ โมฮัน และมีลูกสาว 2 คน คือ ดาณิ และ บาณิ
ท่านเป็นผู้ที่เคยเคร่งศาสนาฮินดูนิกายเวชชานาไวท์อย่างมาก ท่านได้เดินทางไปแสวงบุญและปฏิบัติพีธีกรรมทางศาสนาฮินดูและการถือศีลอดอย่างเคร่งครัดมาโดยตลอด จนกระทั่งเมื่อท่านมีอายุประมาณ 55 ปี ท่านก็ได้ยินหลานสาวของท่านที่มีชื่อว่า บิบิ อัมโร ร้องเพลงสวดมนต์ขอพรและสรรเสริญพระเจ้าของ ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ในทันทีทันใดนั้นท่านก็ได้ตัดสินใจที่จะร่วมเดินทางไปยังเมืองคาร์ดูร พร้อมกับหลานสาว บิบิ อัมโร เมืองนี้คือเมืองที่ ท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ ได้พำนักอาศัยอยู่เพื่อเผยแผ่ศาสนาซิกข์ในขณะนั้นนั่นเอง เมื่อไปถึงที่นั่น ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ก็ได้ก้มลงกราบแทบเท้าของ ท่าน อังขัด เดว ยิ เพื่อขอให้ท่านยอมรับตนในฐานะลูกศิษย์ที่นอบน้อมของท่าน ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ได้อุทิศตนเพื่อรับใช้ ท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ ด้วยจิตใจที่ยึดมั่นและศรัทธาเป็นระยะเวลายาวนานถึง 12 ปีทีเดียว
คุรุ อมัรดาส ยิ พบกับ คุรุ อังขัด เดว ยิ
ท่าน คุรุ อมัร ดาส ยิ ได้พบกับสัจธรรมและแสงสว่างในชีวิต ด้วยการชี้นำจากท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ ที่เมืองดาร์ดูร ใน ปี ค.ศ. 1541 ซึ่งต่อมา ใน ปี ค.ศ. 1552 ท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ ก็ได้ส่งมอบหน้าที่อันสำคัญยิ่งที่ได้รับมาจาก ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ให้แก่ ท่าน คุรุ อมัร ดาส ยิ เพื่อให้ท่านเป็นผู้ชี้นำแสงสว่างแห่งชีวิตมาให้กับเราทุกคนต่อไป ด้วยการแต่งตั้งให้ท่าน คุรุ อมัร ดาส ยิ ขึ้นเป็นพระศาสดาองค์ที่ 3 ของศาสนาซิกข์ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
คุรุ อมัรดาส ยิ กับ หบาย ดาโธ
หลังจากนี้ไม่นาน ชาวซิกข์มากมายก็ได้พากันมากราบนมัสการ ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ที่เมืองโกอิงวัล ซึ่งในขณะนั้น ท่าน ดาโธ ลูกชายของท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ ก็ได้ประกาศตนเองเป็น ท่าน คุรุ หลังจากที่ ท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ เสียชีวิตลงและอาศัยอยู่ในเมืองคาดูร ท่านดาโธไม่พอใจและอิจฉาริษยาต่อ ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ที่ได้ขึ้นเป็นพระศาสดาองค์ต่อไปเป็นอย่างยิ่ง ถึงขนาดเดินทางไปยังเมืองโกอิงวัล และยิ่งไม่พอใจเมื่อได้เห็นผู้คนมากราบนมัสการ ท่าน คุรุ อมัร ดาส ยิ อย่างมากมาย ท่านดาโธได้กล่าวว่า ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ว่า ท่านเป็นเพียงผู้รับใช้ในบ้านของเราเมื่อวานนี้และกล้าดีอย่างไรถึงได้ประกาศตนเองขึ้นเป็นพระศาสดาในวันนี้ และพยายามหาวีธีเพื่อให้ ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ เลิกเป็นพระศาสดา
เมื่อท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ เห็นดังนั้น ด้วยความถ่อมตนของท่าน ท่านได้กราบเท้าท่านดาโธ และได้พูดว่า เราอาจจะแก่แล้ว แต่โครงกระดูกของเรายังแข็ง แล้ววันหนึ่งท่านดาโธจะเสียใจต่อสิ่งที่ท่านกำลังทำอยู่ในขณะนี้ และตามความต้องการของท่านดาโธ ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ก็ได้เดินทางออกจากเมืองโกอิงวัลนี้กลับสู่บ้านเกิดเมืองนอนของท่านที่เมืองบาซาร์เกในเย็นวันนั้นเอง
ที่นี่ ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ได้เก็บตัวเองอยู่คนเดียวในบ้านเล็กๆ หลังหนึ่ง และเริ่มการทำสมาธิอย่างตั้งมั่น ที่หน้าประตูของบ้านหลังนี้ ท่านได้เขียนประกาศไว้ว่า "ใครก็ตามที่เปิดประตูนี้เข้ามา ไม่ใช่ลูกศิษย์ชาวซิกข์ของเรา และเราก็ไม่ใช่พระศาสดาของท่าน"
ซึ่งต่อมาลูกศิษย์ชาวซิกข์ผู้ซื่อสัตย์ของท่านมากมาย โดยมี ท่าน บาบา บุดดา เป็นผู้นำ ได้สืบพบบ้านหลังนี้ และได้อ่านประกาศที่หน้าประตูบ้าน จึงได้หาวิธีเข้าบ้านหลังนี้ด้วยการพังหน้าต่างเข้าไป และกล่าวกับท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ว่า ท่านพระศาสดาไม่ได้สนใจในชื่อเสียง ความร่ำรวย หรือแม้กระทั่งลูกศิษย์ แต่พวกเราลูกศิษย์ของท่านไม่สามารถอยู่โดยปราศจากคำแนะนำของท่านได้ หากท่านไม่ชี้นำทางให้แก่พวกเรา เราก็ไม่รู้ว่าจะเดินไปทางใด เมื่อท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ได้เห็นลูกศิษย์ของท่านร้องไห้อ้อนวอนท่าน ท่านก็ตัดสินใจเดินทางกลับไปยังเมืองโกอิงวัล ส่วนท่านดาโธ เมื่อไม่มีใครสนใจและยอมเป็นลูกศิษย์ท่าน ท่านจึงได้เดินทางกลับไปยังเมืองคาดูร
คุรุ อมัรดาส ยิ - ท่าน บาบา บุดดา อ้อนวอนท่าน
คุรุ อมัรดาส ยิ - แจกอาหารให้กับทุกคน
ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ยังคงจัดให้มีการทำอาหารเพื่อแจกให้กับชาวซิกข์ทุกคน (Lankar) ซึ่งจะเปิดแจกอาหารตลอดเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน ถึงแม้ว่าท่านจะจัดให้มีการแจกอาหารที่ดีมากอย่างไร แต่ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ก็ยังคงรับประทานอาหารธรรมดาเท่านั้น ท่านจะใช้เวลาส่วนใหญ่ในการดูแลรักษาและทำการพยาบาลให้แก่คนที่เจ็บไข้ได้ป่วยและคนแก่สูงอายุ ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ได้กล่าวไว้ว่า ใครก็ตามที่ต้องการให้เราสนใจดูแลจะต้องรับประทานอาหารที่เราแจกให้ก่อน
ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ไม่เพียงแต่สนับสนุนความเสมอภาค เท่าเทียมกันของคนทุกคนแล้ว ท่านยังได้สนับสนุนสิทธิสตรี โดยท่านพยายามสอนให้ผู้หญิง
คุรุ อมัรดาส ยิ - สนับสนุนสิทธิสตรี
เลิกการที่จะต้องใช้ผ้าคลุมหน้าตลอดเวลา และเลิกการที่จะต้องเผาตัวเองตายตามสามีที่ตายจากเธอไป ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ยังได้ต่อต้านต่อการที่ผู้หญิงที่เป็นแม่หม้ายและห้ามแต่งงานใหม่อีกต่อไปในชีวิตของเธอ
คุรุ อมัรดาส ยิ - รับใช้และดูแลผู้อื่น
ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ได้ทำการวางแผนในการเผยแพร่ศาสนาซิกข์อย่างเป็นระบบ ท่านได้ฝึกอบรมเขาอบรมลูกศิษย์ของท่านกว่า 146 คน เรียกว่า "มาซันส์" ซึ่งเป็นผู้หญิงถึง 52 คน เพื่อเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อเผยแผ่ศาสนาซิกข์ต่อไป ท่านยังได้จัดตั้งศูนย์กลางปฏิบัติธรรมถึง 22 แห่ง เรียกว่า "มันยิส" สถานที่เหล่านี้ถูกตั้งขึ้นเพื่อช่วยในการเผยแผ่ศาสนาซิกข์และรวบรวมเงินบริจาคเพื่อไว้ใช้ในภารกิจต่างๆ ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ยังได้กำหนดวันสำคัญทางศาสนาขึ้นอีก 3 วัน ดังนี้ คือ วันที่ 13 เดือนเมษายน เป็นวันบายซาขิ และวันที่ขึ้น 15 ค่ำของเดือน 1 เป็นวันมักขิ และวันดิวาลิ ซึ่งเป็นเฉลิมฉลองด้วยการจุดไฟตามศาสนาฮินดู ซึ่งทั้ง 3 วันนี้ ชาวซิกข์ทุกท่านควรอธิฐานสวดมนต์สรรเสริญเพื่อขอพรจากพระเจ้า
จากการที่ศาสนาซิกข์ได้เผยแผ่ออกไปอย่างรวดเร็วนั้น ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ได้สั่งให้ลูกเขยผู้ซึ่งเป็นลูกศิษย์ผู้ซื่อสัตย์ของท่าน คือ ท่าน เจทธา ได้เดินทางไปดูแลและก่อตั้งเมืองขึ้นเมืองหนึ่ง ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ต้องการให้ท่าน เจทธา ไปขุดบ่อน้ำและสร้างบ้านของตัวเองขึ้นเป็นอย่างแรก ท่านเจทธาได้เดินทางไปซื้อที่ดินเป็นจำนวน 700 รูปี ในเมืองตัง ท่านได้ทำการขุดบ่อน้ำ และสร้างเมืองขึ้นมาใหม่
คุรุ อมัรดาส ยิ - ก่อตั้งเมือง
โดยต่อมาท่านได้ตั้งชื่อเมืองนี้ว่า เมืองรามดาสปูร ซึ่งปัจจุบันก็คือ เมืองอัมริตซาร์ นั่นเอง
คุรุ อมัรดาส ยิ - พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่
ในเดือนกันยายน ปี ค.ศ. 1574 ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ได้รู้สึกถึงว่าท่านจะต้องจากโลกนี้ไปแล้ว ท่านจึงได้เรียกลูกศิษย์คนสำคัญต่างๆ ของท่านมา และประกาศว่า ตามประเพณีที่ได้ก่อตั้งขึ้นโดยท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ตำแหน่งพระศาสดาจะต้องถูกสืบทอดต่อไปยังลูกศิษย์ที่ได้ปฏิบัติรับใช้ด้วยจิตใจที่ยึดมั่นศรัทธามากที่สุด ดังนั้นเราจึงขอยกตำแหน่งนี้ให้กับลูกเขยของเรา คือ ท่าน เจทธา และได้เปลี่ยนชื่อให้ท่านเจทธาเป็น "รามดาส" ซึ่งแปลว่า "ผู้รับใช้พระเจ้า" ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา ทุกๆ คนยินดีและก้มลงกราบท่าน คุรุ รามดาส ยิ ยกเว้น ท่านโมฮัน ลูกชายคนโตของ ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ เท่านั้น และหลังจากนั้นไม่นาน ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ก็ถึงแก่ความตายในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน Bhadon ใน ปี ค.ศ. 1574 ซึ่งในขณะนั้นท่านได้มีอายุประมาณ 95 ปี
© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2547 - 2548 สมาคมไทยซิกข์แห่งประเทศไทย
โทรศัพท์: +66 (0) 2221-1011   โทรสาร: +66 (0) 2224-8095   อีเมล: info@thaisikh.org