www.thaisikh.org
 
English Version
 
ศาสนาซิกข์
ประวัติศาสนาซิกข์
วิถีแห่งซิกข์
พระศาสดา
พระมหาคัมภีร์
ฮัรมันดิร ซาฮิบ
ศาสนสถาน คุรุดวารา
ศาสนบัญญัติประจำวัน
ศาสนพิธีของซิกข์
วัฒนธรรม - ประเพณี
คำอธิบายศัพย์ต่างๆ
 
วารสารไทยซิกข์
รายละเอียดวารสาร
วารสารฉบับปัจจุบัน
คลังวารสารไทยซิกข์
ส่งบทความ
 
ปฏิทินข่าวสาร
ข่าวสารทั้งหมด
วันสำคัญทางศาสนา
กิจกรรมเพื่อสังคม
กิจกรรมทางด้านกีฬา
ข่าวสารอื่นๆ
 
ดาวน์โหลด
ฟ้อนต์
พิพิธภัณฑ์รูปภาพ
วอลเปเปอร์
สกรีนเซฟเวอร์
ดาวน์โหลดอื่นๆ
 
สมาคมไทยซิกข์
ประวัติสมาคม
วาย.ที.เอส.เอ.
ที.เอส.ไอ.เอส.
ติดต่อสมาคม
 
สมาคมไทยซิกข์แห่งประเทศไทยสมาคมไทยซิกข์แห่งประเทศไทยสมาคมไทยซิกข์แห่งประเทศไทยสมาคมไทยซิกข์แห่งประเทศไทยสมาคมไทยซิกข์แห่งประเทศไทย
พระศาสดาของซิกข์

คุรุ อังขัด เดว ยิ

2. คุรุ อังขัด เดว ยิ
(อายุขัย: 1504 - 1552 & ครองราชย์: 1539 - 1552)


ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ได้แต่งตั้งให้ ท่าน หบาย เลห์น่า ขึ้นเป็นพระศาสดาของศาสนาซิกข์ในเดือนกันยายน ค.ศ. 1539 ซึ่งต่อมาท่านได้เปลี่ยนชื่อเป็น คุรุ อังขัด เดว ยิ นั่นเอง
คุรุ อังขัด เดว ยิ พบกับ คุรุ นานัก เดว ยิ
ท่าน หบาย เลห์น่า เกิดเมื่อเดือนมีนาคม ปี ค.ศ. 1504 ที่หมู่บ้านมัตเต-ดิ-ไซราน ในเมืองฟิโรซปูร ซึ่งต่อมาครอบครัวของท่านได้ย้ายมาอยู่ในเมืองคัดปูร พระบิดาของ ท่าน หบาย เลห์น่า มีพระนามว่า ศรี เฟอรู มาล ยิ ซึ่งเป็นเจ้าของร้านขายของชำผู้มีจิตใจเมตตา พระมารดาของท่าน หบาย เลห์น่า มีพระนามว่า มาตา ซับหราย ยิ และต่อมาในปี ค.ศ.1519 ท่าน หบาย เลห์น่า ก็ได้สมรสกับท่าน ศรี ขีวิ ยิ และต่อมามีลูกชาย 2 คน คือ ดาโส และ ดาโธ และมีลูกสาว 2 คน คือ อัมโร และ อโนขิ
เช่นเดียวกับพระบิดาของท่าน ท่าน หบาย เลห์น่า ก็เป็นผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาในเทพพระเจ้า "พระแม่ดุรกา" เป็นอย่างยิ่ง ท่านจะร่วมเดินทางกับพระบิดาของท่านเพื่อไปร่วมนมัสการพระแม่เจ้ายังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์สม่ำเสมอทุกปี และในการเดินทางครั้งหนึ่ง ท่าน หบาย เลห์น่า ก็ได้พบกับ ท่าน หบาย โจทธา ผู้ซึ่งกำลังร้องเพลงสวดมนต์สรรเสริญพระเจ้าได้อย่างไพเราะและเป็นที่น่าประทับใจยิ่งนัก เมื่อ ท่าน หบาย เลห์น่า ได้สอบถามดูก็ได้ความว่าเพลงร้องสวดมนต์สรรเสริญพระเจ้านี้เป็นเพลงที่ ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ เป็นผู้แต่งขึ้น ท่าน หบาย เลห์น่า จึงได้ตัดสินใจออกเดินทางเพื่อไปเยี่ยม ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ที่เมืองการ์ตาร์ปูร ในที่สุด ท่าน หบาย เลห์น่า ก็ได้มาพบกับ ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ เมื่อท่านมีอายุได้ 27 ปี และได้เลื่อมใสศรัทธาและปฏิบัติตามหลักธรรมคำสอนของ ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ อย่างเคร่งครัด และท่านได้เลิกเชื่อถือและปฏิบัติตามความเชื่อเดิมของท่านตั้งแต่นั้นเรื่อยมา
คุรุ อังขัด เดว ยิ รับใช้ คุรุ นานัก เดว ยิ
ภายใต้ร่มเงา และความเลื่อมใสศรัทธาที่ท่าน หบาย เลห์น่า มีต่อ ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ท่านได้ตัดสินใจที่จะอยู่ในเมืองการ์ตาร์ปูรต่อไป ท่านได้อยู่รับใช้ ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ในเมืองนี้นานถึงกว่า 7 ปี ท่าน หบาย เลห์น่า ไม่เคยรังเกียจที่จะทำทุกอย่างตามที่ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ปรารถนา โดยไม่เคยคิดว่าสิ่งที่ต้องปฏิบัตินั้นจะเป็นงานที่ต่ำต้อยแต่อย่างใด ท่านปฏิบัติงานทุกอย่างด้วยความเต็มใจและอิ่มเอิบภาคภูมิใจ
คุรุ อังขัด เดว ยิ เก็บภาชนะที่ตกไป
ครั้งหนึ่งในระหว่างที่ ท่าน หบาย เลห์น่า อยู่ในเมืองการ์ตาร์ปูร ท่านได้ยิน ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ สั่งให้ลูกชายของท่านช่วยเก็บภาชนะที่ตกลงไปในท่อระบายน้ำเสีย ซึ่งลูกชายทั้งสองของ ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ปฏิเสธที่จะลงไปเก็บภาชนะในท่อระบายน้ำเสียอันสกปรกนั้น ในทันทีทันใดนั้น ท่าน หบาย เลห์น่า ก็ได้รีบกระโดดลงไปในท่อระบายน้ำอันสกปรกนั้นและเก็บภาชนะใบนั้นมาให้ ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ด้วยความเต็มใจ
เหตุการณ์ที่สำคัญที่เกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งก็คือ เมื่อประมาณช่วงตอนกลางฤดูหนาวในปีหนึ่ง ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ได้สั่งให้ ท่าน หบาย เลห์น่า ช่วยก่อกำแพงที่พังทลายลงขึ้นใหม่ โดยไม่คำนึงถึงความหนาวเหน็บของอากาศในขณะนั้น ท่าน หบาย เลห์น่า รีบกระตือรือร้นเริ่มต้นก่อกำแพงขึ้นในทันที ด้วยความตั้งใจและขยันขันแข็ง ท่าน หบาย เลห์น่า ก็สามารถก่อแพงขึ้นมาได้สำเร็จในเวลาอันรวดเร็ว
คุรุ อังขัด เดว ยิ - พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่
ท่าน หบาย เลห์น่า ทำตามคำสั่งของ ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ทุกประการ ซึ่งทำให้ ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ประทับใจและชื่นชมในความจริงใจและความวิริยะอุตสาหะของ ท่าน หบาย เลห์น่า เป็นอย่างยิ่ง จนในที่สุด ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ก็ได้ขนานสมญานามใหม่ให้ ท่าน หบาย เลห์น่า คือ "อังขัด" ซึ่งแปลว่า "เป็นส่วนหนึ่งของเรา" และต่อมาเราทุกคนก็ได้เรียกท่านว่า "คุรุ อังขัด เดว ยิ" จนถึงทุกวันนี้
ท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ ได้มาพบกับสัจธรรมและแสงสว่างในชีวิตครั้งแรกใน ปี ค.ศ. 1532 แต่ต่อมาใน ปี ค.ศ. 1539 ท่านก็ได้กลายมาเป็นผู้ชี้นำแสงสว่างและสัจธรรมแห่งชีวิตให้กับเราทุกคน
ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ได้สั่งให้ ท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ เดินทางไปยังเมืองคาดูร เพื่อเพยแผ่หลักธรรมและคำสอนของศาสนาซิกข์ ท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ ได้ปฏิบัติตามคำสั่งของ ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ โดยได้อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือและชี้นำชาวเมืองทั้งหลายให้พบกับสัจธรรมในชีวิตด้วยการอธิษฐาน และร้องเพลงสวดมนต์สรรเสริญเพื่อขอพรจากพระเจ้า ท่านได้แจกจ่ายอาหารให้กับคนยากจนทุกวัน
หลังจากที่ท่านได้อุทิศตนเพื่อเผยแผ่ศาสนาซิกข์ตามคำสั่งของ ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ได้เป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว และด้วยจิตใจที่เลื่อมใสศรัทธาในศาสนาซิกข์เป็นยิ่งนัก ท่านจึงได้หวนกลับไปหา ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ที่เมืองการ์ตาร์ปูร และได้ปรนนิบัติรับใช้ ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ด้วยความจริงใจและศรัทธาอันแรงกล้า และได้ผ่านการทดสอบที่นับครั้งไม่ถ้วน ในที่สุด ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ก็ได้แต่งตั้งให้ท่านขึ้นเป็นพระศาสดาและได้ตั้งชื่อให้ท่านว่า คุรุ อังขัด เดว ยิ เพื่อเป็นผู้รับช่วงต่อจากท่านใน ปี ค.ศ.1539 ซึ่งเป็นปีเดียวกับที่ ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ได้เสียชีวิตลง ซึ่งเป็นสาเหตุทำให้ ท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ เดินทางกลับไปยังเมืองคาดูร เพื่อปฏิบัติธรรมและทำสมาธิอยู่นานถึง 6 เดือน จนในที่สุด ลูกศิษย์ชาวซิกข์ทั้งหลาย นำโดย ท่าน บาบา บุดดา ก็ได้เดินทางไปหาท่าน เพื่อโน้มน้าวให้ ท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ กลับมาอยู่กับพวกเขาทุกคน ซึ่ง ท่าน อังขัด เดว ยิ ก็ได้ตอบ ท่าน บาบา บุดดา ดังนี้
คุรุ อังขัด เดว ยิ - หลังจากได้ปฏิบัติธรรมและทำสมาธิอันยาวนาน
"ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ผู้ซึ่งเป็นคนที่เรารักยิ่งกว่าสิ่งใดได้ตายจากไปแล้ว ชีวิตที่ปราศจากท่านอันเป็นที่รักยิ่งเป็นชีวิตที่ถูกสาปแช่ง ศีรษะควรถูกตัดออกจากบ่าหากไม่สามารถก้มกราบท่านอาจารย์ได้อีก โอ้ ท่าน นานัก ! ร่างที่ต้องทรมานจากการพรากจากนี้น่าจะถูกเผาไหม้ไปเสีย ทุกคนที่ได้ฟังธรรมจาก ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ นั้นเปรียบเสมือนกับได้รับพรอันประเสริฐ เราจะไปบังอาจสอนลูกศิษย์ของท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ได้อย่างไร ?" (Majh)
ท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ ปฏิบัติภารกิจประจำวันตามแบบอย่างของ ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ โดยท่านจะตื่นนอนตอนเช้ามืดเพื่อร้องเพลงสวดมนต์สรรเสริญพระเจ้า คือท่านจะสวดมนต์ตามบทสวด "ยับยิ" ซึ่งเป็นบทสวดมนต์สำหรับตอนเช้า และตามด้วยการร้องเพลงสวดมนต์สรรเสริญพระเจ้าตามบทสวด "อัสสะดิวาร" ก่อนออกไปทำงาน และเมื่อกลับมาในตอนเย็นท่านก็จะสวดมนต์และร้องเพลงสรรเสริญเพื่อขอพรจากพระเจ้าอีกครั้งเป็นประจำทุกวัน
ท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ ยังคงจัดให้มีการทำอาหารเพื่อแจกให้กับคนจนทุกคน (Lankar) คนทุกเชื้อชาติศาสนาและทุกชนชั้นวรรณะสามารถเข้ามารับอาหารได้อย่างเท่าเทียมกัน นอกจากนี้ ท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ ยังสนใจการละเล่นเกมกีฬาต่างๆ และสนับสนุนให้ลูกศิษย์ของท่านทุกคนให้เล่นกีฬาเพื่อออกกำลังกายทุกวันหลังเสร็จจากการสวดมนต์ในตอนเช้า ซึ่งกิจวัตรประจำวันดังกล่าวข้างต้นนี้ได้กลายมาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของชาวซิกข์ทุกคนในปัจจุบันนั่นเอง
ท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ - ลูกศิษย์และบริวาร ท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ - ประดิษฐ์ตัวอักษรภาษาปัญจาบี ท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ - ช่วยเหลือผู้อื่น
ท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ เป็นผู้ประดิษฐ์ตัวอักษรภาษาปัญจาบีหรือที่เรียกว่า "ตัวอักษรกุรมักขิ" (Gurmukhi) นั่นเอง ท่านได้แนะนำและส่งเสริมให้ลูกศิษย์ของท่านจดบันทึกบทเพลงและบทสวดมนต์สรรเสริญพระเจ้า ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ ซึ่งต่อมาตัวอักษรดังกล่าวนี้ได้กลายมาเป็นสื่อที่สำคัญที่ใช้เป็นภาษาในการบันทึกบทเพลงและบทสวดมนต์สรรเสริญพระเจ้าต่างๆ ที่ได้บัญญัติขึ้นโดยศาสดาทั้งหมดของศาสนาซิกข์นั่นเอง
ท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ - เผยแพร่หลักธรรมและคำสอน
ในสมัยก่อนนั้น ภาษาปัญจาบีนั้นจะใช้ตัวอักษร "ลันดา" หรือ "มหาญาณี" ในการจดบันทึก ซึ่งเป็นภาษาที่ไม่มีเสียงสระ ทำให้การแกะตัวอักษรเพื่ออ่านนั้นจำเป็นจะต้องใช้จินตนาการ หรืออาจจะต้องให้ผู้เขียนเป็นผู้อ่านอธิบายให้ฟัง ดังนั้นจึงมีความจำเป็นเป็นอย่างยิ่งที่ควรจะต้องมีตัวอักษรเพื่อใช้ในการสื่อบทเพลงสวดมนต์ขอพรและสรรเสริญพระเจ้าเพื่อให้ได้ความหมายที่แท้จริง และถูกต้องตรงตามที่พระศาสดาได้บัญญัติไว้ และเพื่อป้องกันการเข้าใจความหมายผิดเพี้ยนไปตามจินตนาการและทัศนคติของผู้อ่านท่านนั้นๆ
การประดิษฐ์ตัวอักษร "กุรมักขิ" ขึ้นมาในครั้งนี้ จึงถือได้ว่าเป็นวิวัฒนาการครั้งสำคัญในการสืบทอดหลักธรรมและคำสอนของศาสนาซิกข์เลยทีเดียว
ตลอดระยะเวลาที่ท่านได้ปฏิบัติหน้าที่ของพระศาสดา ท่านได้ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างที่ดีของชาวซิกข์ทุกคน โดยท่านมีคุณธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวสองประการ คือ 1. การอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นด้วยความเต็มใจ (Nishkaam Sewa) และ 2. การตั้งจิตอธิษฐาน ร้องเพลงสวดมนต์ขอพรและสรรเสริญพระเจ้าด้วยความศรัทธา (Bhagati)
© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2547 - 2548 สมาคมไทยซิกข์แห่งประเทศไทย
โทรศัพท์: +66 (0) 2221-1011   โทรสาร: +66 (0) 2224-8095   อีเมล: info@thaisikh.org