www.thaisikh.org
 
English Version
 
ศาสนาซิกข์
ประวัติศาสนาซิกข์
วิถีแห่งซิกข์
พระศาสดา
พระมหาคัมภีร์
ฮัรมันดิร ซาฮิบ
ศาสนสถาน คุรุดวารา
ศาสนบัญญัติประจำวัน
ศาสนพิธีของซิกข์
วัฒนธรรม - ประเพณี
คำอธิบายศัพย์ต่างๆ
 
วารสารไทยซิกข์
รายละเอียดวารสาร
วารสารฉบับปัจจุบัน
คลังวารสารไทยซิกข์
ส่งบทความ
 
ปฏิทินข่าวสาร
ข่าวสารทั้งหมด
วันสำคัญทางศาสนา
กิจกรรมเพื่อสังคม
กิจกรรมทางด้านกีฬา
ข่าวสารอื่นๆ
 
ดาวน์โหลด
ฟ้อนต์
พิพิธภัณฑ์รูปภาพ
วอลเปเปอร์
สกรีนเซฟเวอร์
ดาวน์โหลดอื่นๆ
 
สมาคมไทยซิกข์
ประวัติสมาคม
วาย.ที.เอส.เอ.
ที.เอส.ไอ.เอส.
ติดต่อสมาคม
 
สมาคมไทยซิกข์แห่งประเทศไทยสมาคมไทยซิกข์แห่งประเทศไทยสมาคมไทยซิกข์แห่งประเทศไทยสมาคมไทยซิกข์แห่งประเทศไทยสมาคมไทยซิกข์แห่งประเทศไทย
พระศาสดาของซิกข์

คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ

10. คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ
(อายุขัย: 1666 - 1708 & ครองราชย์: 1675 - 1708)


คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ - พระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่
ท่าน คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ (เดิม ชื่อ ท่าน โฆบินด์ หราย) เกิดเมื่อวันที่ 22 เดือนธันวาคม ปี ค.ศ. 1666 ในเมืองปัทนา ในจังหวัดบิฮาร พระบิดาของท่าน คือ ท่าน คุรุ เต๊ก บาฮาดูร ยิ ซึ่งเป็นพระศาสดาองค์ที่ 9 ของศาสนาซิกข์ และพระมารดาของท่านคือ ท่าน มาตา กุจริ ท่านมีลูกชาย 4 คน คือ ท่านอยิต ซิงห์ (เกิดเมื่อ ปี ค.ศ. 1687) ท่านยูยาร์ ซิงห์ (เกิดเมื่อ ปี ค.ศ. 1691) ท่านโซราวอร์ ซิงห์ (เกิดเมื่อ ปี ค.ศ. 1696) และท่านฟาเต้ห์ ซิงห์ (เกิดเมื่อ ปี ค.ศ. 1699)
ท่านมีอายุได้เพียง 10 ขวบเท่านั้น เมื่อท่านได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็นพระศาสดาองค์ที่ 10 ของศาสนาซิกข์ ในวันที่ 11 เดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1675
คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ - ท่านอาศัยอยู่ในตามเนินเขาในเมืองปัญจาบ
ท่าน คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ ได้ใช้เวลาส่วนใหญ่ของท่านอาศัยอยู่ในตามเนินเขาในเมืองปัญจาบ เพื่อศึกษาหาวิชาความรู้ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นทางด้านวิชาประวัติศาสตร์ ศึกษาวัฒนธรรมของชาวเปอร์เซีย (อิหร่าน) และวิชาความรู้ในการป้องกันตัว และศึกษาวิชาภาษาศาสตร์ โดยเฉพาะภาษาปัญจาบี ภาษาสันสกฤต ภาษาบราจ และภาษาเปอร์เซีย (อิหร่าน) เป็นต้น
ท่าน คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ สนใจในการศึกษาหาความรู้ทั้งวิชาการป้องกันตัว และทางด้านภาษาศาสตร์ ท่านได้แต่งบทกลอนและบทเพลงต่างๆ มากมาย เช่น บทกลอนวาร ศรี บากอติ ยิ กิ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่รู้จักกันดีในชื่อของบทกลอนจันดิ ดิ วาร ที่ท่านได้แต่งขึ้นในปี ค.ศ. 1684 และเป็นบทกลอนบทแรกที่ท่านได้แต่งขึ้นมา บทกลอนนี้จะเขียนขึ้นถึงการแข่งขันระหว่างพระเจ้า คือความดี และอสูรร้าย คือความชั่ว ตามอย่างที่ได้บรรยายไว้ใน มากันเดยา ปูรานา บทกลองเชิงสงครามเช่นนี้ และอื่นๆ เช่น บทจันดิ จาริทรัส ซึ่งเขียนไว้ในภาษาบราจ ถูกเขียนขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ลูกศิษย์ของท่านเตรียมพร้อมในการที่จะลุกขึ้นมาต่อสู้กับความอยุติธรรม และการปกครองแบบเผด็จการในสมัยนั้น
คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ - การป้องกันตัว
ท่านได้ใช้บทกลอนที่ท่านแต่งขึ้นมาเป็นสื่อในการสอนให้ลูกศิษย์ของท่านเข้าใจถึงความรักและความเท่าเทียมกัน และการมีศีลธรรมจรรยาบรรณอันงดงาม ท่านสอนให้ลูกศิษย์ของท่านศรัทธาและยึดมั่นในพระเจ้าเพียงองค์เดียว และเลิกยึดติดกับความเชื่อในเรื่องผีสางเทวดา และสิ่งที่เหนือธรรมชาติ
การสอนให้ลูกศิษย์ของท่านรู้จักใช้อาวุธดาบเพื่อเป็นมาตรการสุดท้ายในการป้องกันตัว และห้ามไม่ให้ใช้เป็นเครื่องมือในการทำร้ายผู้อื่นเพื่อสร้างความมั่งคั่งให้แก่ตนเอง
ท่าน คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ ท่านได้เป็นกำลังใจให้กับลูกศิษย์ทุกคน และได้สร้างกองทัพทหารม้าของท่านขึ้นมาเช่นกัน ท่านได้เรียกประชุมพิเศษเพื่อแต่งตั้งบุคคลสำคัญขึ้น 5 คน ซึ่งเป็นคนที่มีความกล้าหาญและกล้าที่จะต่อสู้กับความเผด็จการภายใต้การปกครองของกษัตริย์มอคฮุร ในงานเฉลิมฉลองเนื่องในวันบายซาขิ ใน ปี ค.ศ. 1699 ที่เมืองอนันปูร ซาฮิบ และได้ตั้งชื่อให้ว่า คาลซ่า ปั๊นธ์

ท่านได้คัดเลือกโดยการขออาสาสมัคร 5 คนที่เต็มใจและพร้อมที่จะพลีชีพเพื่อท่านพระศาสดา ทันใดนั้นเอง ท่านดายา ราม (ชาวเมืองลาฮอร์) ท่านดารัม ดาส (ชาวเมืองฮัสตินาปูร) ท่านมุคกัม จันทร์ (ชาวเมืองดวารกา) ท่านฮิมมัต (ชาวเมืองจากันนาธ ปูริ) และท่านซาฮิบ จันทร์ (ชาวเมืองบิดาร ในจังหวัดคาร์นาธากา) โดยท่านพระศาสดาจะให้คนทั้ง 5 คนนี้แต่งตัวด้วยชุดสีส้ม และโพกผ้าที่ศีรษะให้เรียบร้อย และให้สวมอาวุธดาบไว้ข้างกาย ท่าน คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ ได้ตั้งนามสกุลใหม่คือ ซิงห์ ซึ่งแปลว่าสิงห์โต ให้กับคนทั้ง 5 คนนี้ และเรียกกลุ่มคนทั้ง 5 คนนี้ว่า ปั๊นย์ ปญาเร แปลว่า ท่านลูกศิษย์ที่รักทั้ง 5 คนของพระเจ้า

กลุ่มปั๊นย์ ปญาเร นี้ได้รวมตัวกันโดยไม่คำนึงถึงเชื้อชาติ ชนชั้นวรรณะ หากแต่ยึดมั่นปฏิบัติตามหลักบัญญัติของคาลซ่าเท่านั้น โดยกลุ่มปั๊นย์ ปญาเร นี้จะต้องสวมใส่สัญลักษณ์ 5 ประการของคลาซ่า คือ เกช (การห้ามตัดผมและเครา) กังหง่า (หวีเพื่อใช้หวีผมให้เรียบร้อย) การ่า (กำไรสวมข้อมือที่ทำจากเหล็ก) กัชช่า (กางเกงขาสั้น) และกีรป๊าน (อาวุธดาบเพื่อใช้ในการป้องกันตัว) ต่อมาท่าน คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ ได้ให้กลุ่มปั๊นย์ ปญาเร กลุ่มผู้แทนอำนาจศักดิ์สิทธิ์แห่งคาลซ่า ทำพิธีประสาทพรให้แก่ท่าน และท่านยังได้ทำการเปลี่ยนชื่อของท่านจากชื่อโฆบินด์ หราย เป็น โฆบินด์ ซิงห์ ในวันนี้ด้วยเช่นกัน
คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ - ขออาสาสมัคร 5 คน

คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ - กลุ่มปั๊นย์ ปญาเร

คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ - ลูกชายของท่าน และ กลุ่มผู้แทนอำนาจศักดิ์สิทธิ์แห่งคาลซ่า
คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ - กระตุ้นให้ชาวซิกข์มีจิตใจที่กล้าหาญ
ตั้งแต่นั้นมา ข้อปฏิบัติตนที่สำคัญของชาวซิกข์ก็ได้ถูกบัญญัติขึ้น คือ ชาวซิกข์ทุกคนจะต้องไม่ตัดหรือเล็มผมและหนวดเครา และห้ามสูบบุหรี่หรือกัญชาโดยเด็ดขาด ชาวซิกข์จะต้องไม่มีความสัมพันธ์ทางเพศกับผู้อื่นยกเว้นแต่คู่สามีภรรยาเท่านั้น และจะต้องไม่กินเนื้อสดๆ ของสัตว์ที่ถูกฆ่าตายอย่างช้าๆ ตามอย่างในพิธีกรรมบูชายัญของชาวมุสลิม
ท่าน คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ ได้กระตุ้นให้ชาวซิกข์มีจิตใจที่กล้าหาญเพื่อให้พวกเขามีกำลังใจและเตรียมพร้อมที่จะต่อสู้กับฝ่ายตรงข้ามที่มีกำลังคนมากถึงหนึ่งแสนสองหมื่นห้าพันคน (Sawa Lakh) ตามความหมายของบทเพลงสวดสรรเสริญและขอพรจากพระเจ้าที่ท่านได้แต่งขึ้น ที่มีชื่อว่า เดฮ์ ชีวะ นั่นเอง
เมื่อ ท่าน คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ ได้เตรียมกองทัพของท่านพร้อมแล้ว ก็ได้เริ่มการต่อสู้เพื่อกำจัดให้การปกครองแบบเผด็จการของกษตริย์มอคฮุร ให้หมดสิ้นไป การต่อสู้ดำเนินไปอย่างดุเดือด จนกระทั่งใน ปี ค.ศ. 1705 ในสงครามแช้มกอร์ ลูกชายคนโตของท่าน คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ ทั้ง 2 ท่าน คือ ท่านอยิต ซิงห์ (อายุ 19 ปี) และท่านยูยาร์ ซิงห์ (อายุ 15 ปี) ได้นำกองทัพเข้าต่อสู้อย่างกล้าหาญ เพื่อปกป้องอาณาจักรและลูกศิษย์ทั้งหลายของท่าน แต่ในที่สุดลูกชายทั้งสองของท่านก็ได้เสียชีวิตลงในการสู้รบครั้งนั้น
คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ - กองทัพอันแข็งแกร่ง

คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ - ครอบครัวของท่าน

ลูกชายคนเล็กของท่าน คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ อีก 2 ท่าน คือ ท่านโซราวอร์ ซิงห์ (อายุ 8 ขวบ) และท่านฟาเต้ห์ ซิงห์ (อายุ 6 ขวบ) และท่านย่าของพวกเขา ได้อพยพมาหลบภัยสงครามอยู่ที่หมู่บ้านคีร ในบ้านของท่านกังกุ ผู้ซึ่งเป็นพ่อครัวเก่าแก่ของครอบครัวท่าน แต่ท่านกังกุได้ทรยศและหักหลังท่าน โดยแจ้งให้ทหารของกษัตริย์มอคฮุรรู้ว่าพวกท่านอาศัยอยู่ที่นี่ ทำให้พวกท่านทั้งหมดถูกจับกุมตัวไป กษัตริย์มอคฮุร ได้พยายามบังคับให้พวกท่านเปลี่ยนมาเชื่อนับถือศาสนาอิสลาม แต่ลูกชายของท่าน คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ ผู้กล้าหาญทั้งสองท่านไม่ยอมทำตาม หากแต่ท่านทั้งสองนั้นได้ตัดสินใจที่จะยึดมั่นอยู่ในศาสนาซิกข์ต่อไป
ท่านทั้งสองได้ตอบกลับไปว่า "ความตายมิได้ทำให้เรากลัว อย่างไรก็ตามเราจะไม่มีวันเลิกนับถือพระเจ้าของเรา" ทำให้กษัตริย์โกรธมากและสั่งให้ประหารชีวิตท่านทั้งสองในทันที เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นตัวอย่างแสดงให้เราทุกคนได้เห็นถึงความกล้าหาญอย่างเด็ดเดี่ยวของเด็กน้อย ที่ยอมสละชีพแต่จะไม่ยอมละทิ้งความเชื่อในพระเจ้าและศาสนาของตน
ท่าน คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ เป็นผู้นำทางศาสนาที่ยิ่งใหญ่ เป็นผู้ที่กล้าหาญและมองการณ์ไกล ถึงแม้ว่าท่านจะสูญเสียลูกชายของท่านทั้ง 4 คนในสงครามครั้งนี้ ท่านก็มิได้ท้อแท้ ยังคงยืนหยัดต่อสู้เพื่อปกป้องศาสนาและลูกศิษย์ทั้งหลายของท่านต่อไป
ต่อมา ท่าน คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ ได้เขียนจดหมายด้วยภาษาเปอร์เซีย (ภาษาอาหรับ) ถึงกษัตริย์ออรังเซ็บ เป็นจดหมายประกาศชัยชนะ หรือที่เรียกว่า ซาฟัลนามะ ที่มีข้อความว่า "ท่านมีความภาคภูมิใจที่ท่านเป็นผู้ครองแผ่นดินและมีกองทัพทหารมากมายรอบข้าง แต่ผู้ที่ปกป้องเรานั้นคือพระเจ้าผู้อมตะ ถึงแม้ว่าท่านจะเป็นกษัตริย์ แต่ท่านอยู่ห่างไกลจากศาสนาและพระเจ้าที่แท้จริงมาก ท่านจะไม่สามารถจุดไฟเผากองทัพอันมหาศาลด้วยประกายไฟอันน้อยนิดที่ท่านมีอยู่ได้ หากแต่เราจะเป็นผู้จุดเพลิงไฟอันยิ่งใหญ่เพื่อเผาเจ้าเอง ถึงแม้ว่าลูกชายทั้ง 4 คนของเราถูกฆ่าตายไปแล้ว แต่เรายังอยู่ และเราจะต่อสู้เพื่อคนของเราจนถึงที่สุด"
คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ - ท่านได้ต่อสู้เพื่อชาวซิกข์ของท่านจนถึงที่สุด
คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ - และท่าน บันดา ซิงห์ บาฮาดูร
ในช่วงเวลานั้นเอง แม่ทัพผู้เก่งกล้าสามารถท่านหนึ่งของท่าน คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ คือ ท่าน บันดา ซิงห์ บาฮาดูร ผู้ซึ่งได้นำกองทัพของท่านเข้าต่อสู้เพื่อแก้แค้นการตายของลูกชายของท่าน และเพื่อกำจัดกษัตริย์มอคฮุรให้จงได้ ท่านได้นำกองทัพเข้าโจมตีเมืองซามาน่า และเมืองซีรฮินด์ ซึ่งเป็นเมืองที่ลูกชายของ ท่าน คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ ถูกฆ่าตายได้สำเร็จในที่สุด
ในวันที่ 15 เดือนกันยายน ปี ค.ศ. 1708 ท่าน คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ ได้ถูกทำร้ายร่างกายคือถูกแทงด้วยมีดจนบาดเจ็บสาหัส หลังจากที่ท่านได้ทำพีธีสวดมนต์ตอนเย็นเสร็จเรียบร้อยแล้วในวันนั้น และเป็นสาเหตุทำให้ท่านเสียชีวิตด้วยทนต่อความเจ็บปวดของบาดแผลต่อไปไม่ไหว
เมื่อท่าน คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ รู้ตัวว่าท่านใกล้จะลาจากโลกนี้ไปแล้วนั้น ท่านได้เรียกลูกศิษย์ของท่านเข้ามาหา และได้ประกาศว่า ต่อจากนี้ไป พระมหาคัมภีร์ คุรุ ครั้นธ์ ซาฮิบ จะเป็นตัวแทนของเราเพื่อชี้นำทางสว่างให้กับพวกเราทุกคนตลอดไป และตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาชาวซิกข์ทั้งหลายก็นับถือ พระมหาคัมภีร์ คุรุ ครั้นธ์ ซาฮิบ เปรียบเสมือนพระศาสดาของพวกเขาตลอดมา
ท่าน คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ ได้กล่าวกับลูกศิษย์ทั้งหลายของท่าน ว่า "ตั้งแต่นี้ไป พระมหาคัมภีร์ คุรุ ครั้นธ์ ซาฮิบ จะช่วยชี้นำพวกท่านทุกคน หลักธรรมและคำสอนของพระศาสดาทั้ง 10 องค์ได้ถูกบัญญัติไว้แล้วในพระคัมภีร์นี้ ลูกศิษย์ทั้งหลายที่มาร่วมกันร้องเพลงสวดมนต์สรรเสริญและขอพรจากพระเจ้า จะเป็นหนทางปฏิบัติที่สำคัญตามหลักธรรม และคำสอนของพระศาสดาทั้งหลาย ที่จะช่วยนำพาให้ท่านทั้งหลายได้รับพรจากพระเจ้าผู้ยิ่งใหญ่ (Waheguru) ได้ในที่สุด"
คุรุ โฆบินด์ ซิงห์ ยิ - และ พระมหาคัมภีร์ คุรุ ครันธ์ ซาฮิบ ยิ
© สงวนลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2547 - 2548 สมาคมไทยซิกข์แห่งประเทศไทย
โทรศัพท์: +66 (0) 2221-1011   โทรสาร: +66 (0) 2224-8095   อีเมล: info@thaisikh.org