|
1.
|
|
|
2.
|
|
|
3.
|
|
|
4.
|
|
|
5.
|
|
|
6.
|
|
|
7.
|
|
|
8.
|
กาบีร: 534 บท
|
| |
|
นักบวชกาบีร (อายุขัย ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1398 ถึง ปี ค.ศ. 1495): ท่านได้เกิดมาในครอบครัวที่นับถือศาสนาพราหมณ์แต่ได้รับการเลี้ยงดูโดยครอบครัวที่เป็นชาวมุสลิม ต่อมาท่านได้เข้าร่วมอยู่ในกลุ่มนักบวชบัคติ และได้ต่อต้านการแบ่งชนชั้นวรรณะตลอดมา ท่านเป็นนักบวชผู้รักความสงบสุข ส่งเสริมให้เกิดความรักและความสามัคคีปรองดองกันในสังคม ท่านยังเป็นนักกวีผู้เก่งกาจ ท่านเป็นผู้ที่มีความจริงใจต่อเพื่อนมนุษย์ทั้งหลาย และเป็นที่เคารพนับถือของคนทั้งหลายทั้งชาวฮินดูและมุสลิม
|
|
|
9.
|
แฟริด:
123 บท
|
| |
|
นักบวชเชค แฟริด (อายุขัย ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1175 ถึง ปี ค.ศ. 1265): ท่านเป็นนักบวชชาวมุสลิมนิกายสุฟิ ท่านมีความเก่งกล้าสามารถทางด้านการแต่งบทกวีภาษาปัญจาบียิ่งนัก นอกจากนี้ท่านยังเป็นคนที่มีสัมพันธไมตรีที่ดีและมีความเมตตาปราณี ท่านยึดหลักในการดำรงชีวิตที่เรียบง่าย และมุ่งเน้นในการเข้าถึงพระเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียว
|
|
|
10.
|
นามเดว:
62 บท
|
| |
|
นักบวชนามเดว (อายุขัย ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1270 ถึง ปี ค.ศ. 1350): ท่านเป็นนักบวชที่ได้เดินทางมาจากเมืองมหาราชตรา ท่านได้เดินทางฟันฝ่าอุปสรรคมากมายไปยังดินแดนต่างๆ ทั่วประเทศ ทั้งนี้ท่านได้เคยอาศัยอยู่ในเมืองปัญจาบเป็นเวลานานหลายปี
|
|
|
11.
|
รวิดาส:
40 บท
|
| |
|
นักบวชรวิดาส: ท่านเป็นนักบวชรุ่นราวคราวเดียวกับท่านนักบวชกาบีร และเป็นลูกศิษย์ของท่านนักบวชรามานันท์ ท่านรวิดาสเป็นนักบวชรุ่นสุดท้ายของกลุ่มนักบวชบัคติ ท่านเติบโตมาจากครอบครัวที่อยู่ในชนชั้นวรรณะต่ำ ประกอบอาชีพเป็นช่างปะรองเท้า แต่ท่านก็มีลูกศิษย์มากมาย เนื่องจากว่าท่านเป็นนักบวชที่เก่งกล้าสามารถ ท่านยึดในหลักของการดำรงชีวิตด้วยความเรียบง่ายและเคร่งครัดในทางศาสนาตลอดมา
|
|
|
12.
|
ตรีโลจันทร์:
5 บท
|
| |
|
นักบวชตรีโลจันทร์: ท่านเป็นนักบวชรุ่นราวคราวเดียวกับท่านนักบวชกาบีร และเป็นนักบวชผู้ชำนาญทางเวศย์ที่มีชื่อเสียง ท่านเชื่อมั่นและศรัทธาในพระเจ้าแต่เพียงองค์เดียว และได้ต่อต้านความเชื่อและการนับถือในผีสางเทวดาตลอดมา
|
|
|
13.
|
เบนี่:
3 บท
|
| |
|
นักบวชเบนี่: ท่านเป็นนักบวชรุ่นราวคราวเดียวกับท่านนักบวชนามเดว ท่านเป็นผู้ที่มีฐานะค่อนข้างดี และเป็นผู้ที่รักสันโดษ ด้วยการตั้งจิตมั่นและนั่งทำสมาธิเพื่อระลึกถึงพระเจ้า จากผลงานการแต่งบทสวดภาวนาขอพรจากพระเจ้าของท่าน อาจกล่าวได้ว่าท่านเป็นนักกวีที่มีความสามารถเป็นอย่างยิ่ง
|
|
|
14.
|
ดันนา:
4 บท
|
| |
|
นักบวชดันนา: ท่านเป็นชาวเมืองราชาสถาน ซึ่งเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1415 ท่านได้ใช้เวลาชั่วชีวิตของท่านในการสวดมนต์สรรเสริญพระเจ้าอย่างเคร่งครัด แต่ในช่วงบั้นปลายชีวิตของท่าน ท่านได้เลื่อมใสและศรัทธาในพระผู้เป็นเจ้าแต่เพียงพระองค์เดียวและได้ต่อต้านการนับถือบูชาผีสางเทวดาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
|
|
|
15.
|
แยเดว:
2 บท
|
| |
|
นักบวชแยเดว: ท่านเป็นนักกวีหลวงผู้มีชื่อเสียงยิ่งนักในรัชสมัยของกษัตริย์ลักษณ์มัน เซน เจ้าเมืองเบงกอล ผลงานที่มีชื่อเสียงโด่งดังของท่านผลงานหนึ่งก็คือ บทกวี กีตา โกวินดา ซึ่งทั้งเนื้อร้องและทำนองเพลงประกอบนั้นได้รับความนิยมชมชอบว่ามีความไพเราะเป็นยิ่งนัก
|
|
|
16.
|
บิข่าน:
2 บท
|
| |
|
นักบวชเชค บิข่าน: ท่านเป็นนักบวชชาวมุสลิมนิกายสุฟิ และได้เสียชีวิตลงในช่วงระหว่างการปกครองของกษัตริย์อัคบัร ท่านเป็นนักปราชญ์ผู้ซึ่งได้ศึกษาความรู้จนแตกฉานมากที่สุดคนหนึ่งในสมัยนั้น ท่านเชื่อเสมอว่าพระนามของพระเจ้าเท่านั้นที่จะช่วยให้พ้นทุกข์โศกโรคภัยต่างๆ นาๆ ได้
|
|
|
17.
|
แสน:
1 บท
|
| |
|
นักบวชแสน: ท่านเป็นช่างตัดผมประจำสำนักของพระราชาราม กษัตริย์แห่งเมืองเรวา ท่านเป็นลูกศิษย์ของท่านนักบวชรามานันท์และท่านนักบวชกาบีรนั่นเอง
|
|
|
18.
|
ปีป้า:
1 บท
|
| |
|
นักบวชปีป้า: ท่านเกิดในปี ค.ศ. 1425 ท่านเป็นกษัตริย์ครองเมืองกากาโรงการฮ์ แต่ต่อมาได้สละราชบัลลังค์และได้เดินทางเพื่อค้นหาความจริงในชีวิต จนได้มาพบและได้ฝากตนเป็นลูกศิษย์ของท่านนักบวชรามานันท์ในที่สุด ท่านได้ดำรงชีวิตด้วยความอ้อนน้อมถ่อมตนอย่างเคร่งครัดตลอดมา
|
|
|
19.
|
ซัดธนา:
1 บท
|
| |
|
นักบวชซัดธนา: ท่านประกอบอาชีพเป็นคนขายเนื้อสด ซึ่งเกิดในเมืองซินด์ ท่านได้ตั้งจิตมั่นในการสวดมนต์ภาวนาและทำสมาธิเพื่อระลึกถึงพระผู้เป็นเจ้าอย่างเคร่งครัด จนเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายในสังคม แต่ท่านก็ถูกต่อต้านโดยนักบวชพราหมณ์มากมาย และในที่สุดท่านก็ถูกลงโทษจากพวกนักบวชพราหมณ์เหล่านี้ด้วยการถูกจับไปฝังทั้งเป็นในที่สุด
|
|
|
20.
|
รามานันท์:
1 บท
|
| |
|
นักบวชรามานันท์: ท่านเป็นนักบวชพราหมณ์ซึ่งเกิดเมื่อปี ค.ศ. 1359 ที่เมืองมัดดราส ท่านเป็นผู้เริ่มก่อตั้งกลุ่มนักบวชบัคติ ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของประเทศอินเดีย ท่านเป็นผู้เชียวชาญทางเวศย์เป็นยิ่งนัก และเป็นที่เคารพนับถือของนักบวชพราหมณ์ทั้งหลาย ท่านเป็นผู้ที่ต่อต้านการแบ่งชนชั้นวรรณะในสมัยนั้น ท่านนักบวชกาบีร เป็นลูกศิษย์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังมากคนหนึ่งในหมู่ลูกศิษย์ของท่านทั้งหมดในสมัยนั้น
|
|
|
21.
|
ปัรมานันท์:
1 บท
|
| |
|
นักบวชปัรมานันท์: ท่านเกิดที่เมืองมหาราชตรา ท่านอยู่อาศัยอยู่ในเมืองนี้ตลอดมา และเป็นผู้ที่เลื่อมใสศรัทธาในพระกฤษณะ ซึ่งเป็นพระเจ้าในศาสนาฮินดู เป็นยิ่งนัก แต่ต่อมาได้มายึดมั่นในหลักธรรมและคำสอนของพระผู้เป็นเจ้าแต่พระองค์เดียว
|
|
|
22.
|
สุรดาส:
2 บท
|
| |
|
นักบวชสุรดาส: ท่านเป็นชนชาววรรณะพราหมณ์ ซึ่งเกิดในปี ค.ศ.1529 ท่านได้ศึกษาภาษาสันสกฤตและภาษาเปอร์เซีย (อิหร่าน) และยังได้ศึกษาวิชาการดนตรีและการแต่งบทเพลง ต่อมาท่านได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ปกครองเมืองโดยกษัตริย์อัคบัร แต่ต่อมาได้ถูกจับตัวไปขังเนื่องจากท่านได้ทอดทิ้งหน้าที่ของท่าน ในบั้นปลายชีวิตของท่าน ท่านได้ใช้ชีวิตเยี่ยงนักบวชและอาศัยอยู่กับนักบุญผู้ศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย
|
|
|
23.
|
สุนดัร:
6 บท
|
| |
|
นักบวชสุนดัร: ท่านนักบวช บาบา สุนดัร (อายุขัย ตั้งแต่ ปี ค.ศ. 1560 ถึง ปี ค.ศ. 1610) ท่านเป็นหลานของ ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ บทกวีที่ท่านได้แต่งขึ้นคือบทกวีที่มีชื่อว่า "ซัดด์" ซึ่งแปลว่า การเรียกหา ท่านได้แต่งบทกวีบทนี้ขึ้นมาตามคำสั่งของ ท่าน คุรุ อัรยัน เดว ยิ ภายหลังจากที่ ท่าน คุรุ รามดาส ยิ ได้เสียชีวิตลง
|
|
|
24.
|
มัรดานา:
3 บท
|
| |
|
ท่านหบาย มัรดานา: ท่านเป็นลูกศิษย์และเป็นนักดนตรีคนสำคัญของ ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ มาตลอดชีวิตของท่าน ท่านเกิดมาเป็นชาวมุสลิม และเป็นเพื่อนในสมัยเด็กของ ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ นอกจากนี้ท่านยังได้ร่วมเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ เพื่อเผยแผ่ศาสนาซิกข์ร่วมกับ ท่าน คุรุ นานัก เดว ยิ ตลอดมา
|
|
|
25.
|
สัตต้าและบัลวันต์: 8 บท
|
| |
|
นักบวชสัตต้าและนักดนตรีบัลวันต์: ท่านนักบวชสัตต้าเป็นลูกศิษย์ผู้เคร่งครัดในศาสนาซิกข์ตั้งแต่สมัยของ ท่าน คุรุ อังขัด เดว ยิ ต่อมายังสมัยของ ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ต่อมายังสมัยของ ท่าน คุรุ รามดาส ยิ และต่อมาจนกระทั่งสมัยของ ท่าน คุรุ อัรยัน เดว ยิ ท่านได้ร่วมกับนักดนตรีที่มีชื่อว่าท่านบัลวันต์ ซึ่งเป็นเพื่อนของท่านในการแต่งบทเพลงร้องสรรเสริญ และขอพรจากพระเจ้า ซึ่งก็ได้ถูกรวบรวมไว้ในพระมหาคัมภีร์ คุรุ ครันธ์ ซาฮิบ ยิ ในเวลาต่อมา
|
|
|
26.
|
คณะบัตต์:
123 บท
|
| |
|
นักดนตรีคณะบัตต์: นักดนตรีคณะบัตต์นี้คือกลุ่มนักดนตรีที่มีชีวิตอยู่ในช่วงศตวรรษที่ 16 พวกเขาเหล่านี้ไม่ว่าจะเป็นนักปราชญ์ นักกวี นักดนตรี หรือนักร้องก็ตาม ล้วนแล้วแต่เป็นคนที่มีเก่งกล้าความสามารถเป็นยิ่งนัก ซึ่งคนกลุ่มนี้ประมาณ 8 - 17 ได้เข้าร่วมในการแต่งบทเพลงสวดมนต์ขอพรจากพระเจ้าที่ได้บัญญัติไว้ในพระมหาคัมภีร์ คุรุ ครันธ์ ซาฮิบ ยิ
|
|