 |
|
พระวิหารฮัรมัรดิร ซาฮิบ นั้นเป็นศาสนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์มากที่สุดแห่งหนึ่งของศาสนาซิกข์ พระวิหารแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันอย่างกว้างขวางในนามของ พระวิหารดัรบาร ซาฮิบ หรือพระสุวรรณวิหาร พระวิหารแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองอัมริตซาร์ ประเทศอินเดีย พระวิหารนี้เป็นสถานที่สำคัญที่ชาวซิกข์ทุกคนปรารถนาที่จะมาเยี่ยมคารวะและได้ลงไปอาบน้ำในสระอันศักดิ์สิทธิ์ ณ พระวิหารแห่งนี้
|
|
ประวัติของพระวิหารฮัรมันดิร ซาฮิบ แห่งนี้ เริ่มต้นที่ ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ผู้ซึ่งเป็นผู้ซึ่งริเริ่มให้มีการสร้างศาสนสถานสำหรับชาวซิกข์ทั้งปวง ปัจจัยที่มีส่วนสำคัญที่เป็นแรงจูงใจให้ท่านพระศาสดาเกิดความคิดในการสร้างศาสนสถานนี้ขึ้นมาก็คือ การสืบทอดวัฒนธรรมของการสร้างศาสนสถานแห่งใหม่ขึ้นมา เพื่อให้ชาวซิกข์ทั้งหลายได้ใช้เป็นสถานที่ในการร่วมชุมนุมกันอย่างพร้อมเพรียง ซึ่งเป็นวัฒนธรรมที่ปฏิบัติสืบทอดมาจากพระศาสดาองค์ก่อนหน้าท่านนั่นเอง
|
 |
|
ปัจจัยที่สองที่ช่วยทำให้การสร้างพระวิหารนี้สำเร็จ ก็คือ ท่าน คุรุ รามดาส ยิ ผู้ซึ่งรักความสงบสุข โดยท่านได้ปฏิบัติตามคำสั่งของท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ที่ได้สั่งให้ท่านไปสร้างเมืองใหม่ และได้สั่งให้ไปขุดบ่อน้ำ และก่อสร้างศาสนสถานสำหรับชาวซิกข์ทั้งหลาย นอกจากนี้ ท่าน คุรุ อมัรดาส ยิ ยังได้ช่วยสร้างแผนการขุดบ่อน้ำ ซึ่งต่อมาได้ถูกนำไปปฏิบัติโดย ท่าน คุรุ รามดาส ยิ โดยมีท่าน บาบา บุดดา ยิ เป็นผู้ช่วยคนสำคัญ การก่อสร้างบ่อน้ำ (โซราวอร์) ได้เริ่มขึ้นในปี ค.ศ. 1570 โดยได้เริ่มการก่อสร้างเมือง ควบคู่กันไปด้วย จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1577 การก่อสร้างบ่อน้ำ 2 บ่อ คือ บ่อน้ำซันโตคซาร์ และบ่อน้ำอัมริตโซราวอร์ (ซึ่งได้ก่อสร้างในบริเวณใกล้เคียงกับบ่อแรก แต่ได้สร้างให้อยู่ในระดับที่ต่ำกว่าบ่อแรก) และการก่อสร้างเมืองเพื่ออยู่อาศัยได้แล้วเสร็จ ซึ่งต่อมาเมืองนี้ได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นเมืองรามดาสปูรในปัจจุบัน
|
|
ท่านพระศาสดาและลูกศิษย์ทั้งหลายของท่านต่างก็มีความยินดีปรีดาและร่วมฉลองงานเปิดพระวิหารอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้เป็นศูนย์กลางทางศาสนาของซิกข์ทั้งปวง นอกจากนี้ ท่าน คุรุ รามดาส ยิ ยังได้แต่งบทเพลงอันไพเราะเพื่อเป็นการสรรเสริญบ่อน้ำโซราวอร์อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ และได้สั่งให้ลูกศิษย์ทุกคนลงไปอาบน้ำในบ่อน้ำนี้แล้วทำการสวดมนต์ภาวนาและทำสมาธิเพื่อระลึกถึงพระนามของพระเจ้าอย่างสม่ำเสมอ ต่อมาไม่นานนัก สถานที่แห่งนี้ก็ได้รับการขนานนามเป็นสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และเป็นศูนย์กลางทางศาสนาของชาวซิกข์ทั่วโลก
|
 |
ในปี ค.ศ. 1581 ท่าน คุรุ อัรยัน เดว ยิ ได้ทำการปฏิสังขรณ์บ่อน้ำแห่งนี้ โดยได้สั่งให้ก่ออิฐรอบบ่อน้ำขึ้นมาเพื่อให้มีความแข็งแรงทนทานมากขึ้น ชาวซิกข์ต่างก็ร่วมมือกันอย่างขะมักเขม้น ทำให้การปฏิสังขรณ์ในครั้งนี้สำเร็จลุล่วงไปได้ในเวลาอันรวดเร็ว ต่อมา ท่าน คุรุ อัรยัน เดว ยิ ได้แต่งบทเพลงอันไพเราะมากมายขึ้นมา เพื่อเป็นการสรรเสริญบ่อน้ำโซราวอร์อันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ และเพื่อเป็นการแสดงถึงประโยชน์และความสำคัญของการได้ลงไปอาบน้ำในบ่อน้ำแห่งนี้
|
|
ต่อมาบ่อน้ำอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ก็ได้รับการขนานนามว่า "อัมริตโซราวอร์" หรือ "อัมริต" ซึ่งมาจากรากฐานศัพท์ของคำว่า "อมฤต" นั่นเอง ชื่อเสียงของบ่อน้ำอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ได้โด่งดังไปทั่วราชอาณาจักร ทำให้เมืองนี้ได้มีการเปลี่ยนชื่อเมืองจากเดิมเป็นชื่อ เมืองอัมริตซาร์ ตามชื่อของบ่อน้ำอันศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ในเวลาต่อมานั่นเอง
|